แล็ปท็อปแบบพับได้ (Convertible laptop) หรือที่เรียกว่า แล็ปท็อปแบบ 2-ใน-1 (2-in-1 laptop) เป็นอุปกรณ์ที่รวมเอาประสิทธิภาพการทำงานของแล็ปท็อปแบบดั้งเดิมเข้ากับความคล่องตัวและการโต้ตอบผ่านหน้าจอสัมผัสแบบแท็บเล็ต ให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนโหมดการใช้งานได้ตามความต้องการ เช่น โหมดแล็ปท็อป โหมดแท็บเล็ต โหมดเต็นท์ และโหมดตั้งวาง อุปกรณ์เหล่านี้มีการออกแบบบานพับเฉพาะ ซึ่งโดยทั่วไปเป็นกลไกแบบบานพับ 360 องศา หรือแบบคู่ ทำให้หน้าจอสามารถพับกลับได้เต็มรูปแบบ หรือปรับตั้งในมุมต่าง ๆ ได้หลากหลาย ความหลากหลายในการใช้งานเช่นนี้จึงทำให้แล็ปท็อปแบบพับได้เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักเรียน นักศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ใช้งานสายสร้างสรรค์ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านประสิทธิภาพในการทำงานและความบันเทิงในเครื่องเดียว จากทางด้านฮาร์ดแวร์ แล็ปท็อปแบบพับได้ออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาและขนาดกะทัดรัด โดยรุ่นส่วนใหญ่มีหน้าจอขนาดระหว่าง 11 ถึง 15 นิ้ว มักจะเป็นหน้าจอแบบสัมผัสได้ รองรับการใช้งานแบบหลายจุด (multi-touch) และบางครั้งรองรับการใช้ปากกาสไตลัสแบบแอคทีฟเพื่อการวาดภาพหรือจดบันทึกอย่างแม่นยำ เทคโนโลยีหน้าจอที่พบบ่อย ได้แก่ IPS สำหรับมุมมองกว้าง OLED สำหรับสีสันสดใสและสีดำลึก หรือ LCD ที่เคลือบสารลดแสงสะท้อนสำหรับใช้งานภายนอกอาคาร ส่วนชิปประมวลผลภายในมักใช้ซีพียูประหยัดพลังงาน เช่น Intel U-series (เช่น Core i5-1235U) หรือ AMD Ryzen 5000 U-series (เช่น Ryzen 7 5700U) ซึ่งออกแบบมาเพื่อสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้งานแบตเตอรี่ ทำให้เหมาะกับงานประจำวัน เช่น การท่องเว็บ การทำงานเอกสาร และการรับชมสื่อบันเทิง ในรุ่นระดับสูงอาจใช้ซีพียู Intel H-series หรือ AMD Ryzen 7000 series เพื่อรองรับงานที่ต้องการทรัพยากรมากขึ้น แม้ว่าจะส่งผลต่ออายุการใช้งานแบตเตอรี่และความหนาของตัวเครื่อง แล็ปท็อปแบบพับได้ส่วนใหญ่มาพร้อมกราฟิกแบบออนชิป (integrated graphics) เช่น Intel Iris Xe หรือ AMD Radeon Vega ซึ่งเพียงพอสำหรับการเล่นเกมแบบเบา ๆ และงานด้านมัลติมีเดีย แต่ไม่เหมาะสมกับการเล่นเกมระดับสูงหรืองานกราฟิกที่หนักหน่วง สำหรับหน่วยความจำ (RAM) มีตั้งแต่ 8GB ถึง 32GB ประเภท LPDDR4x หรือ DDR4 โดย 16GB มักเป็นจุดที่ลงตัวที่สุดสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อให้สามารถทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้อย่างราบรื่น ส่วนการจัดเก็บข้อมูลมักเป็น SSD แบบ SATA หรือ NVMe ความจุตั้งแต่ 256GB ถึง 2TB ซึ่งให้เวลาในการบูตเครื่องและการเข้าถึงไฟล์รวดเร็ว ระบบปฏิบัติการหลักสำหรับแล็ปท็อปแบบพับได้คือ Windows 11 ซึ่งมีการสนับสนุนการใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัสอย่างเต็มรูปแบบ รวมถึงการผสานการทำงานกับคีย์บอร์ดสัมผัส ปากกาสไตลัส และโหมดแท็บเล็ต นอกจากนี้ยังมีบางรุ่นที่ใช้ Chrome OS ซึ่งเหมาะกับผู้ใช้งานที่เน้นการใช้งานผ่านเว็บแอปพลิเคชันและให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายและความปลอดภัย ในการออกแบบแล็ปท็อปแบบพับได้ ผู้ผลิตคำนึงถึงความทนทานของบานพับที่ต้องรองรับการพับเปิด-ปิดซ้ำ ๆ โดยไม่หลวมหรือแตกหัก รวมถึงการกระจายแรงน้ำหนักเพื่อให้ใช้งานในโหมดแท็บเล็ตได้อย่างสะดวกสบาย ผู้ผลิตหลายรายใช้วัสดุระดับพรีเมียม เช่น อลูมิเนียมหรือแมกนีเซียมอัลลอยด์สำหรับโครงตัวเครื่อง เพื่อผสมผสานความแข็งแรงกับน้ำหนักเบา แม้ว่าแล็ปท็อปแบบพับได้จะมอบความหลากหลายในการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ก็มีข้อจำกัดบางประการ เช่น ดีไซน์แบบ 2-ใน-1 อาจทำให้ตัวเครื่องหนาและหนักกว่าอัลตราบุ๊กแบบดั้งเดิม ขณะที่หน้าจอสัมผัสก็เพิ่มต้นทุนและอาจลดอายุการใช้งานแบตเตอรี่เมื่อเทียบกับรุ่นที่ไม่มีหน้าจอสัมผัส นอกจากนี้ กราฟิกแบบออนชิปก็จำกัดประสิทธิภาพสำหรับงานที่ต้องการการประมวลผลกราฟิกสูง และคีย์บอร์ดในโหมดแล็ปท็อปอาจมีการจัดวางที่กระชับกว่าปกติ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสะดวกในการพิมพ์ของผู้ใช้บางคน แม้จะมีข้อจำกัดเหล่านี้ แต่แล็ปท็อปแบบพับได้ก็ยังคงได้รับความนิยมในตลาด เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการอุปกรณ์ที่ปรับตัวให้เข้ากับกระบวนการทำงานที่หลากหลาย เช่น การนำเสนอผลงานในโหมดตั้งวาง การจดบันทึกด้วยปากกาสไตลัสในโหมดแท็บเล็ต หรือแม้กระทั่งการรับชมภาพยนตร์ในโหมดเต็นท์